[SF:HBD KIM JAEJOONG] :: Far From Heaven
posted on 26 May 2010 20:02 by deathberry-piin
만약에 내가 간다면 내가 다가간다면
ถ้าฉันจะไป...ฉันจะไปอยู่ใกล้ๆเธอดีรึเปล่า
만약에 니가 간다면 니가 떠나간다면
ถ้าเธอจะทิ้ง...เธอจะเลือกทิ้งฉันรึเปล่า
만약에 니가 온다면 니가 다가온다면
ถ้าเธอจะมา...เธอจะเลือกมาหาฉันรึเปล่า
넌 어떻게 생각할까 용기 낼 수 없고
แล้วเธอจะคิดยังไงนะ...แค่นี้ฉันก็หัวใจสลายแล้ว
난 어떻게 해야만 할지 정말 알수 없는걸
ฉันควรทำอย่างไร...ฉันคิดไม่ออกเลยจริงๆ
....................................................................................
เขาเล่ากันว่า...
มีนางฟ้าอยู่สององค์ที่งดงามที่สุดบนสรวงสวรรค์
เป็นชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้แม้แต่ดวงดาราบนฟากฟ้าอับอายและดับแสงลง
คนหนึ่งร้อนแรงแผดเผา....เหมือนดอกกุหลายสีแดงสดอันยวนตา
อีกคนบอบบางอ่อนโยน...ดังดอกกุหลาบสีขาวพิสุทธิ์กลิ่มหอมยวนใจ
...นางฟ้าของพระเจ้า...
นั่นเป็นคำที่ใช้เรียกขานกัน
แต่การเป็นนางฟ้าของพระเจ้าต้องแลกมาด้วยอะไรต่างๆมากมาย
แและหนึ่งในนั้นก็คือน้ำตาและความเจ็บปวก
เป็นนางฟ้าของพระเจ้าต้องห้ามมีน้ำตา
เพราะน้ำตา...ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดที่เกาะกินอยู่ภายใน
...................................................................
"ไหนล่ะอีทึก ฉันไม่เห็นจะเห็นอะไรเลย"
"นั่นไง...คนสูงๆที่ใส่ชุดสีดำคนนั้นน่ะ"
อีทีกว่าพลางชี้นิ้วออกไปยังกลุ่มคนมากมายที่ยืนรวมกันอยู่ที่ลานกว้างเพื่อรอคอยเข้าพบพูดคุยกับใครสักคน และคนที่แสนจะสะดุดตาก็คือร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทยาวกร่อมพื้นผู้มีดวงตาสีสนิมและใบหน้าอันเย็นชา...ชองยุนโฮ...จ้าวแห่งนรกผู้น่าหวั่นเกรง เด่นออกเสียขนาดนั้นแล้วทำไมเพื่อนของเขาถึงตาถั่วไม่เห็นนะ?! เขาพยายามจะดึงร่างบางๆของเพื่อนขี้อายให้ออกใสจากหลังเสาที่ทั้งคู่แอบอยู่มากขึ้นเพื่อให้เจ้าตัวได้เห็นคนที่อยากเจอชัดๆเสียที แต่นางฟ้าของพระเจ้าคิมแจจุงกลับขืนตัวเองไว้สุดแรงและเลือกที่จะชะโงกหน้าออกมาดูมากขึ้นโดยการเขย่งปลายเท้าพร้อมกับใช้มือกดไหล่ของเพื่อนแทนที่
"เห็นรึยังแจจุง ฉันเมื่อยแล้วนะ เราไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในนี้ด้วยนะอย่าลืมสิ...รีบไปกันเถอะนะ"
"รู้แล้วนาๆ...อ๊ะ!"
เสียงหวานหลุดคำอุทานออกมาเบาๆเมื่อคนที่เขากำลังแอบเฝ้ามองอยู่หันมาสบตาเข้าพอดี ดวงตาคมสีสนิมคูานั้นมีแววฉงน ต่างจากดวงตากลมโตสีดำสนิทที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แก้มเนียนขึ้นสีแดงชาด หัวใจกระหน่ำเต้นระรัว แจจุงเผลอก้าวถอยหลัง แต่ก็ดันซุ่มซ่ามสะดุดปลายเท้าของตัวเองหงายหลังลงไปเอาก้นกระแทกพื้นเสียงดัง ซึ่งแน่ล่ะ...มันเรียกสายตาจากทุกคนที่ยืนกันอยู่ตรงนั้นให้หันมามองต้นเหตุแห่งเสียงในทันที
"แจจุง!"
อีทึกร้องขึ้นมาพลางหันมามองเพื่อนทีหันมองกลุ่มคนตรงนั้น(ที่ทำท่าจะเดินเข้ามาดุเสียแล้ว)ทีด้วยสีหน้าตื่นๆ...และสำหรับใครบางคนนั้น มันก็สามารถเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นมาบนเรียวปากได้อย่างง่ายดายจนน่าแปลกใจ
"ไปกันเถอะอีทึก...ไปเร็ว"
แจจุงพูดออกมารัวเร็วจนฟังแทบไม่ทันพร้อมกับรีบลุกขึ้นด้วยท่าทางร้อนรนก่อนเจ้าตัวจะวิ่งหนีไปเฉย ไม่คิดรอคนที่มาด้วยกันเลยสักนิด นางฟ้าตาหวานอ้าปากค้างเหมือนไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะถูกเพื่อนทิ้งเอาดื้อๆแบบนี้ เขาหันไปมองหลุ่มคนตรงนั้นอีกครั้ง...และก็ประจักษ์เข้ากับรอยยิ้มขบขันระคนเอ็นดูของชองยุนโฮที่มอบมาให้แก่เขา
"แจจุงรอฉันด้วยสิ!...นี่คิมแจจุง!"
................................................................
"ได้ข่าวว่าวันนี้ไปเล่นซนกับอีทึกจนได้เรื่อง"
คิมฮีชอยเปรยขึ้นพลางเดินไปนั่งลงบนขอบเตียงของน้องชายที่นอนคว่ำหน้าไม่สนใจใครอยู่บนนั้น และทันทีที่มืออุ่นวางสัมผัสลงบนศีรษะที่ฝั่งจมอยู่กับหมอนนุ่ม เด็กช่างอ้อนก็พลิกตัวขึ้นมานอนหนุนตักพร้อมกับสอดแขนเข้าไปโอบกอดเอวคอดของพี่ชายเอาไว้
"เปล่าสักหน่อย"
แจจุงปฏิเสธิเสียงงุบงิบด้วยหน้ามู่ทู้น่ารักพลางถูปลายจมูกเข้าหับหน้าท้องนิ่มราวกับจะอ้อนให้เชื่อเขาแทนที่จะไปเชื่อข่าวลือ(ที่ดันเป็นเรื่องจริงเสียด้วย)จากที่ไหนก็ไม่รู้ ฮีชอลหัวเราะออกมานิดอย่างขบขันกับท่าทางที่ยิ่งกว่าลูกแมวช่างอ้อนของน้องชาย เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะได้นั่งได้มั่นคงมากขึ้นพลางลูบมือไปตามเส้นผมสีดำนุ่มลื่นเบาๆ
"เชื่อก็ได้ พี่เชื่อแจจุงของพี่เสมอนั่นล่ะ"
"รักพี่ฮีชอล"
ถ้อยคำสั้นๆที่ฟังดูห้วนสนิทเรียกเสียงหัวเราะจากคนถูกบอกรักได้เล็กน้อยอย่างเอ็นดู แจจุงเงียบไปครู่หนึ่ง เขาแนบแก้มที่รู้สึกว่าร้อนมากเหลือเกินเข้ากับหน้าท้องของพี่ชายราวกับไม่อยากให้คนเป็นพี่ได้สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น
"พี่ซีวอนเคยทำให้พี่หน้าแดงรึเปล่า"
"หืมม?...เคยสิ"
"แล้วหัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะเป็นลมล่ะ...เคยมั้ย"
"ก็บางครั้ง...ทำไมหรอแจจุง"
"แค่สบตารึเปล่า...พี่ซีอวนแค่สบตากับพี่รึเปล่าพี่ถึงรู้สึกเหมือนจะเป็นลมน่ะ"
ตนถูกถามเริ่มขมวดคิ้วให้กับคำถามที่ฟังดูพิกลของน้องชายอย่างตะขิดตะขวงใจ ฮีชอลค่อยๆออกแรงพลิกร่างบางของน้องชายให้นอนหงายขึ้นมาสบตา และแก้มแดงๆที่ดูเหมือนใกล้จะระเบิดออกมาก็ประจักษ์แก่สายตาของเขาในที่สุด นางฟ้าของพระเจ้าคนพี่เหยียดยิ้มออกมานิดเหมือนคนที่พยายามจะกลั้นหัวเราะพลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยแก้มนิ่มของน้องชายเล่นเบาๆ
"ทำไมคิมแจจุง ไปสบตากับใครมาถึงได้รู้สึกเหมือนอยากจะเป็นลมล่ะ"
"ก็...พี่ฮีชอลไม่รู้หรอก!"
แจจุงปัดนิ้วที่เขี้ยแก้มของตนอยู่ออกก่อนจะพลิกตัวหลบสายตาล้อๆของพี่ชาย แต่ฮีชอลก็ใช้กำลังพลิกเขาให้กลับมานอนหงายได้อยู่ดีนั่นล่ะ นิ้วเรียวของพี่ชายจิ้มเข้าให้ที่ปลายจมูกโด่งรั้นเหมือนจะขู่ว่าอย่าได้หาเรื่องหนีอีก รอยยิ้มและแววตาทอประกายล้อเลียนชัดเจนจนแจจุงเริ่มรู้สึกเสียใจที่คิดจะปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ชายจอมกลั่นแกล้งของตน
"พี่รู้จักทุกคนบนสวรรค์นั่นล่ะ บอกพี่มาเสียดีๆนะคิมแจจุง"
"เขาไม่ได้อยู่บนสวรรค์สักหน่อย พี่ไม่รู้จักหรอก"
"ถ้างั้น...มนุษย์บนโลกทุกคนพี่ก็รู้จักเหมือนกันนะ"
"เขาก็ไม่ได้อยู่บนโลกเหมือนกัน"
"แล้วเขาเป็นใครล่ะ อยู่ในนรกรึไง"
"อื้อ"
"หืมม?"
"ชองยุนโฮ"
"ใครนะ?!"
"บอกว่าชองยุนโฮไงล่ะ!"
.....................................................
"อีทึกอ่า นานยอยู่ไหนอ่ะ ฉันเหนื่อยแล้วนะ...อ๊ะ!"
ร่างบอบบางที่กำลังเดินตามหาเพื่อนอยู่ในสวนสวยที่เต็มไปด้วยสีเขียวของพุ่มไม้ผงะถอยจนเกือบล้มเพราะเดินไปชนเข้าให้กับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนอย่างจัง แต่ก็โชคดีที่ใครคนนั้นคว้าเอวของเขาเอาไว้ได้ทันเสียก่อน...ไม่อย่างนั้นคงได้หงายหลังล้มก้นกระแทกแน่ๆ ความแนบชิดที่มากเกินไปทำให้แจจุงอึดอัด เขาทำท่าจะเอ่ยปากขอโทษและดันตัวเองให้ถอยห่างออกมา หากทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นไปสบตา แรงทั้งหมดก็พลันหายไปและทิ้งไว้เพียงรอยเปื้อนแดงๆบนแก้มนวลเท่านั้น
"เดินระวังหน่อย"
ชองยุนโฮเอ่ยออกมาเสียงห้วนพร้อมกับผลักร่างของเขาออก...ไม่ได้รุนแรงจนหยาบคาย หากทว่าก็ไม่ได้อ่อนโยนอย่างทะนุถนอม มันทำให้เขาต้องแอบเอามาเจ็บปวดลึกๆอยู่คนเดียว แจจุงกลบเกลื่อนความรู้สึกของตนเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มหวานที่เทพเจ้ามากมายต่างพากันหลงรัก แต่คงไม่ใช่กับพญายมทูตองค์นี้เป็นแน่
"ท่านมาทำอะไรบนนี้หรอ วันนี้ไม่มีประชุมเสียหน่อย"
"หานางฟ้าอีทึกน่ะ"
เขารู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดไปกับมัน เพราะนั่นไม่ได้หมายถึงอะไรเลย หากแต่หัวใจของเขากลับเจ็บปวดเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยชื่อเพื่อนของเขาออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากเหลือเกิน และยิ่งด้วยแววตาที่อบอุ่นแบบนั้น...แจจุงไม่ชอบเอาเสียเลย แต่กระนั้นแล้ว นางฟ้าของพระเจ้าก็ยังคงมีรอยยิ้มให้อีกฝ่ายไม่จาง
"งั้นหรอ ฉันก็ตามหาหมอนั่นอยู่เหมือนกัน"
"อืม"
ยุนโฮตอบรับออกมาสั้นๆแค่นั้น ดวงตาสีสน้มเลื่อนมาสบตากับเขาอย่างเย็นชาอยู่ชั่วครู่ก่อนมันจะเบือนมองออกไปทางอื่น...คล้ายเบื่อที่จะถูกเขารั้งเอาไว้เต็มทน แจจุงก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเอง ใช้เวลาช่วงสั้นๆเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้คนตรงหน้าตามเดิม
และแน่ล่ะ...
ครั้งนี้เขาเจ็บปวดกว่าเดิมเสียอีก
"อื้ม!...ถ้างั้น ฉันไปหาทางนี้ ท่านไปหาทางนั้นก็แล้วกันนะ"
เมื่อรู้ว่าประโยคดังกล่าวเป็นคำอนุญาตให้เดินจากไปได้ ชองยุนโฮก็ไม่รอช้าที่จะก้าวผ่ายเขาไปตามทางที่อยากจะเดินไปแต่ต้นโดยไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลาให้นางฟ้าของพระเจ้าได้มีรอยยิ้มจริงๆเลยสักนิด แจจุงก้มหน้าลงมองปลายเท้าอีกครั้ง ริมฝีปากบางที่ทำหน้าที่หนักมากเหลือเกินเม้มเข้าหากันแน่น
เขาควรจะรู้สึกอย่างไรนะ
ควรจะเจ็บปวดมากขนาดนี้รึเปล่า
เขาบอกไม่ได้เลยจริงๆ
"แจจุง!...นี่แจจุง"
มือที่สัมผัสลงมาเลาๆที่ข้างแก้มเรียกดวงตากลมโตให้ตวัดขึ้นไปมองคนเอ่ยเรียกเล็กน้อย ก่อนนางฟ้าผู้ถูกสาปให้ทำได้เพียงแค่ยิ้มจะคลี่รอยยิ้มออกมาให้เพื่อนตรงห้นาที่ยืนมองเขาด้วยแววตาห่วงใย
"เป็นอะไร ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ เดินไม่ไหวแล้วหรอ"
แจจุงส่ายหน้าน้อยๆเพื่อปฏิเสธคำถามนั้นก่อนจะคว้าร่างของคนช่างห่วงใยมากอดไว้แนบกาย...กอดแน่นๆพร้อมกับฝั่งปลายจมูกเข้ากับซอกคอที่กรุ่นไปด้วกลิ่มหอมอ่อนๆที่เขาคุ้นชิน
"แจจุง?....เกิดอะไรขึ้นรึไง มีคนมาแกล้งนายหรอ"
อีทึกยกมือขึ้นมาโอบกอดเอวคอดของเพื่อนเอาไว้...โอบกอดให้แน่นยิ่งกว่าเพื่อปลอบโยน เพราะเขารู้ดี...แจจุงจะร้องไห้ไม่ได้...ต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีน้ำตา
"เปล่าสักหน่อย"
เสียงหวานจัดตอบกลับมาอู้อี้พร้อมกับที่อีกฝ่ายยึดจับร่างของเขาเอาไว้แน่นขึ้นเมื่อเขาทำท่าจะผละออกมาเพื่อสบตา อีทึกเบี่ยงหน้าไปกดจูบเบาๆเข้าที่ข้างขมับของนางฟ้าขี้อ้อนเบาๆด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานบนเรียวปาก
"แล้วเป็นอะไรล่ะ นายยังไม่เห็นดอกไม้ที่ฉันอยากให้นายดูเลยนะ"
"ฉันเจอชองยุนโฮด้วยล่ะ"
"ก็ดีแล้วนี่ นายพูดอะไรกับเขาไปล่ะ"
"นิดหน่อยน่ะ"
แจจุงกระซิบออกมาแผ่วเบาแล้วจึงนิ่งไปเพื่อดูกริยาของเพื่อน หากแต่อีทึกก็ยังมีรอยยิ้มหวานมาให้เขาอย่างไม่รู้จักเหนื่อย นางฟ้าตาหวานแนบแก้มเข้ากับศีรษะของศีรษะของเขาพลางโยกเอนร่างของเขาไปมาพร้อมด้วยเสียงครางลึกๆในลำคอคล้ายกำลังหาเรื่องบางอย่างมาเล่าให้เขาฟัง
"ฉันก็เจอหมอนั่นเหมือนกันนะ...เมื่อกี้เอง"
"หรอ"
"เขาบอกว่าอยากได้นางฟ้าลงไปช่วยงานเขาข้างล่างหน่อย เพี้ยนรึเปล่าก็ไม่รู้...จะให้นางฟ้าลงไปทำอะไรในนรกมืดๆล่ะ"
"แล้วอีทึกตอบเขากลับไปว่าอะไรหรอ"
"ก็ไล่ให้เขาไปถามคังอินน่ะสิ ฉันไม่อยากลงไปอยู่ในที่มืดๆหรอกนะ ฉันบอกให้เขาลองไปคุยกับคังอินดู ถ้าคังอินให้ไป ฉันก็จะไป"
"ท่านคังอินไม่ให้นายลงไปหรอก ใครๆก็รู้ว่าท่านคังอินชอบนาย"
"ฉันถึงให้หมอนั่นไปถามคังอินไงล่ะ!"
นางฟ้าแผนสูงหัวเราะออกมาคิกคักให้กับแผนการของตน ความสดใสที่สัมผัสได้ทำให้แจจุงอดที่จะยิ้มตามออกมาไม่ได้...เพราะแบบนี้ยังไงล่ะเขาถึงรักอีทึกมากเหลือเกิน
"ฉันรักอีทึกนะ"
"แต่รักชองยุนโฮมากกว่าใช่มั้ยล่ะ"
และรางวัลที่คนช่างล้อได้รับก็คือรอยงับเบาๆที่ลำคอโดนฝีมือของนางฟ้าของพระเจ้าที่แก้มขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาอีกแล้ว อีทึกหัวเราะคิกคักพลางบิดตัวหนีออกมาเล็กน้อย หากแต่มันก็ยังไม่หลุดออกมาจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายอยู่ดีนั่นล่ะ
"คืนนี้มานอนกับฉันนะ"
"ได้สิ ฉันก็นอนกับนายประจำอยู่แล้วนี่"
...........................................
คิมแจจุงไม่เคยเข้าใจเอาเสียเลยว่าทำนางฟ้าของพระเจ้าถึงต้องถูกสาปให้ห้ามมีน้ำตา
เพราะถ้าร้องไห้ไม่ได้
แล้วมันจะหายเจ็บปวดได้อย่างไรกัน
ร่างบอบบางขยับซ่อนเจ้ามาอยู่ใต้เงามืดของเสาต้นใหญ่ทันทีเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนชิงเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทของเขาก่อนที่เขาจะได้ทันเดินไปถึงตัว...ชองยุนโฮคนนั้นมีรอยยิ้มอ่อนจางปรากฏอยู่บนเรียวปากยามที่เจ้าตัวเจรจาพูดคุยอยู่กับเพื่อนของเขา มันอบอุ่นและอ่อนหวานราวกับใครอีกคนที่เขาไม่เคยรู้จัก อีทึกก็มีรอยยิ้มเช่นกัน แต่กระนั้นเจ้าตัวก็แลดูเหมือนจะไม่อยากสานต่อบทสนทนาเท่าไรนัก...คงกระวนกระวายที่ไม่เห็นเขาโปผล่มาตามเวลานัดเป็นแน่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร...คงจะมีเพียงคิมแจจุงคนนี้ที่กำลังเจ็บปวดอยู่เป็นแน่
นางฟ้าของพระเจ้าในอาภรณ์สีขาวแนบหน้าผากเข้ากับเสาหินพลางพยายามสูดหายใจให้ลึกเพื่อคลายลำคออันเจ็บแสบของตน...ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ถึงกับต้องร้องไห้สักหน่อย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับหมุนตัวเดินหนีออกมาจากตรงนั้น แต่ก่อนที่จะเดินจากไป หางตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของผู้คุมกฎแห่งสรวงสวรรค์ยืนแฝงตัวอยู่ในความมืดที่มุมหนึ่งห่างออกไป และดวงตาคมคู่นั้นก็กำลังแผดเผาบางอย่างที่มันเจ้าตัวกำลังจ้องมองอยู่อย่างโกรธเคือง
แจจุงผงะอย่างตกใจเล็กน้อยเมื่อถูกอีกฝ่านหันมาเห็นเข้าก่อนจะรีบก้มหน้าเดินหนีออกมาจากบริเวณนั้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทันอ่านแววตาของเขา...แต่มันคงจะช้าเดินไปเสียแล้วล่ะ
..............................................................
"สวยจังเลยนะเจ้าน่ะ บานเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้หรอเจ้าดอกไม้"
แจจุงก้มลงไปคลี่รอยยิ้มหวานให้กับเจ้าดอกไม้สีขาวนวลที่กำลังใกล้บานเต็มทนพลางใช้นิ้วจิ้มมันไปมาจนก้านโยกเอนราวกับอยากจะแกล้งเจ้าดอกไม้แสนสวยที่ช่างทำตัวสำอางบานช้ามากเหลือเกิน นางฟ้าช่างกลั่นแกล้งหัวเราะคิกคักออกมาเมื่อเจ้าดอกไม้ยังคงเอนไปมาไม่หยุดทั้งๆที่เขาหลุดมือลงแล้ว ร่างบางยืดตัวขึ้นทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับไปยังที่พักของตน หากแต่มือหยาบของใครบางคนก็เอื้อมมาจากด้านหลังมาปิดปากเขาเอาไว้เสียก่อน
"อื้อออ!!"
แจจุงเบิกตากว้างพร้อมกับออกแรงดิ้นรน หากแต่มือของใครอีกคนก็ยึดจับข้อมือของเขาเอาไว้และดันมันขึ้นสูงให้มันผิดรูปร่างก็ทำให้เขาชะงักงัน...การข่มขู่ได้ผลโดยสมบูรณ์
"พวกเราไม่อยากทำให้ท่านเจ็บตัวหรอกนะครับนางฟ้าของพระเจ้า อย่าให้พวกเราต้องทำรุนแรงเลยนะครับ"
เสียงทุ้มแสนสุภาพเอ่ยบอกเขาก่อนเจ้าของเสียงจะออกแรงลากร่างของเขาไปโดยที่เขาไม่สามารถขืนตัวเอาไว้ได้ ปีกสีขาวถูกสะะบัดออกมาจากกลางหลัง มันโบกสะบัดอย่างรุนแรงเพื่อพาผู้เป็นเจ้าของบินหนีออกมา ชายสองคนผงะปล่อยร่างของเขาออกเพียงชั่วครู่เพราะความตกใจก่อนพวกเขาจะเริ่มสบถและหยิบเชื่อกออกมา
"พวกเราเตือนแล้วนะครับนางฟ้าของพระเจ้า!"
หนึ่งในนั้นตะโกนออกมาพร้อมกับกระโจนเข้ามาตระครุบร่างของเขาเอาไว้ได้ก่อนที่เขาจะบินหนีไปเพียงชั่วเสี้ยววินาที
"ออกไปนะ!...ไอ้พวกบ้า!...พี่ฮีชะ...อ้ะ!"
ผลั่ก!
หมัดหนักๆที่ซัดเข้าให้เต็มหน้าท้องทำเอาแจจุงจุกกึกและถึงกับเซล้มลงไปนอนกองตัวงออยู่บนพื้น หมดแรงที่จะดิ้นหนีอีกต่อไป ชายสองคนในชัดเครื่องแบบของทหารยามจัดการพลิกร่างบอบบางของนางฟ้าผู้สิ้นฤทธิ์ให้คว่ำหน้าลงกับพื้นเพื่อจะได้ใช้เชือกเส้นหน้าที่เตรียมมามัดปีกสีขาวบริสุทธิ์อันเป็นสัญลักษณ์ของเทพธิดาผู้อยู่บนชั้นฟ้าเอาไว้แน่นจนมันไม่สามารถขยับพาผู้เป็นเจ้าของบินหนีได้อีกต่อไป แจจุงหอบหายใจ เหน็ดเหนื่อยจากการดิ้นรนและมึนงงจนไม่มีแรงเอ่ยตะโกนร้องขอความช่วยเหลือได้อีกต่อไป ทำได้เพียงเป็นตุ๊กตาอันนิ่งเฉยให้อีกฝ่ายได้ฉุดดึงขึ้นและลากเดินไปตามทาง
แจจุงกำลังพยายามที่จะไม่ทำให้ตัวเองร้องไห้ออกมาเพราะความหวาดกลัวด้วยความคิดที่ว่าอีกเดี๋ยวพี่ฮีชอลก็คงออกตามหาเขา หรือในไม่ช้า อีทึกก็ต้องวิ่งโร่ไปฟ้องพี่ฮีชอลไม่ก็พี่ซีวอนว่าหาเขาไม่เจอ แต่ถึงกระนั้นแล้วร่างของเขากลับสั่นระริกและดวงตาแสบร้อนไปหมด เท้าของเขาที่พยายามจะไม่ก้าวเดินตามไปบัดนี้เจ็บไปหมดจนสุดท้ายแล้วต้องยอมก้าวเดินตามไปอย่างช่วยไม่ได้
"ฉัน...ทำอะไรผิดอย่างนั้นหรอ"
"ท่านคังอินอยากพบท่านครับนางฟ้าของพรเจ้า"
แจจุงไม่ได้เอ่ยตอบรับใดๆกับคำตอบที่ตนได้รับ...เขาเหนื่อยเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไรเสียแล้ว และยิ่งเมื่อกำลังรู้สึกเหมือนใกล้จะร้องไห้แบบนี้ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะยิ่งเลวร้านลงไปกว่าเดิมเสียอีก เดินไปได้อีกไม่ใกล้เท่าไร ร่างของเขาก็ถูกกดให้คุกเข่าลงตรงหน้าเทพหนุ่มผู้ซึ่งอยากพบเขา และถึงแม้จะยังไม่เงยหน้าขึ้นมอง แจจุงก็รู้ว่าบนเรียวปากของผู้คุมกฎแห่งสรวงสวรรค์นั้นคงต้องมีรอยยิ้มเหยียดประดับอยู่เป็นแน่
"ว่าไงนางฟ้าขอพระเจ้า ขอโทษที่ต้องทำรุนแรงนะครับ แต่ว่าถ้าพูดกันตรงๆคุณคงไม่ยอมแน่ๆ"
น้ำเสียงเจ้าเล่ห์มากกลจนน่าสะอิดสะเอียนของคนตรงหน้าทำให้แจจุงเบือนหน้าหนีออกมา แม้ดวงตาจะไม่ได้จ้องมองขึ้นไปยังใบหน้าของคนเอ่ยกล่าวเลยก็ตาม
"ท่านไม่พอใจอะไรรึไง...หรือพระเจ้าทำอะไรให้ท่านโกรธอย่างนั้นหรอ"
แจจุงเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแสนเย็นชาพลางปรายตาขึ้นมองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่นิ่งเรียบยิ่งกว่า...เหมือนรูปสลักของเทพธิดาที่ไม่มีความรู้สึกใดๆ คังอินเหยียดรอยยิ้มร้ายกาจขึ้นมาพร้อมกับก้มลงไปเกลี่ยปลายนิ้วไปตามผิวแก้มเนียนที่สมบูรณ์แบบเรียบลื่นได้กว่าผิวอินอ่อนอย่างแผ่วเบา
"ใครจะไปกล้าโกรธพระเจ้ากันล่ะนางฟ้า"
"..."
"ชองยุนโฮต่างหากล่ะที่ทำให้ฉันไม่พอใจ"
ชื่ออันคุ้นหูทำให้ดวงตาคู่สวยขยับเบิกโตขึ้นได้เล็กน้อย และปฏิกริยานั้นก็ทำให้คังอินยิ่งเหยียดรอยยิ้มของตนให้กว้างขึ้น ผู้คุมกฎเลื่อนริมฝีปากไปใกล้ใบหูเล็กพลางพันนิ้วของตนเล่นไปมากับผมนิ่มสีดำสนิท
"ตาของนายมันปรารถนาไอ้ยมทูตชั้นต่ำนั่นจนน่าสมเพชรู้มั้ยนางฟ้า"
"..."
"แล้วรู้อะไรอีกมั้ย...ตาของไอ้ยมทูตชั้นต่ำนั่นก็ปรารถนาอีทึกของฉันจนน่าทุเรศพอกัน"
อีทึกกำลังพยายามทำให้ตัวเองไม่รุ้สึกเจ็บปวดไปกับคำพูดนั้น...หากแต่มันก็เจ็บปวดมากเหลือเกินเมื่อถูกความจริงกระแทกเข้าใส่หน้าตรงๆแบบนี้ และยิ่งเมื่อยมทูตชั้นต่ำที่ถูกเอ่ยอ้างนั้นได้ปรากฏกายเข้ามาอยู่ในสายตา ทุกอย่างในความรู้สึกของแจจุงก็ยิ่งเลวร้าย
"เรียกฉันมามีอะไรรึไง"
เสียงของชองยุนโฮยามเอ่ยประโยคนั้นช่างฟังดูเย็นชา ดวงตาคมสีสนิมคู่นั้นไม่แม้แต่จะเหลือบแลมามองร่างบอบบางที่ถูกทหารยามกดให้นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยซ้ำ แต่แจจุงก็ไม่ได้หวังอะไรหรอก...ไม่ได้หวังอะไรเลยจริงๆ
"ท่านบอกอยากได้นางฟ้าลงไปทำงานด้วยไม่ใช่รึไงกันท่านยุนโฮ"
"ฉันไม่เห็นสิ่งที่ฉันอยากได้อยู่ตรงนี้นี่ท่านคังอิน"
หนึ่งหยดน้ำตาเท่ากับเข็มหนึ่งพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่หัวใจ
มนุษย์ทั่วไปมักเปรียบเปรยแบบนั้น
แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่ามันรู้สึกยังไง...ไม่มีทางรู้หรอก
แจจุงเม้มปากแน่น ปล่อยให้หยดน้ำตาไหลลงมาตามแนวแก้ม ในขณะที่หัวใจถูกทิ่มแทงไปด้วยความเจ็บปวด เขาก้มหน้านิ่ง พยายามสูดหายใจให้ลึกเพื่อข่มกลั้นความเจ็บปวดข้างในร่างของตน
"แจจุง!...แจจุง!!"
เสียงร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกเรียกให้ดวงตากลมโตที่พร่ามัวไปหมดเพราะน้ำตาให้หันไปมอง และที่กำลังวิ่งตรงมานั้นก็คือร่างของนางฟ้าตาหวานผู้เป็นที่หมายปองของพญายมทูต...อีทึก
สิ่งที่ชองยุนโฮต้องการคนนั้น
"อีทึก!"
แจจุงออกแรงดิ้นรนเพื่อร้องหาอิสระให้แก่ตน หากแต่ทหารยามสองคนนั้นกลับยิ่งกดไหล่ของเขาเอาไว้มากขึ้นจนแทบจะติดพื้น อีทึกวิ่งมาคุกเข่าลงแทบเท้าของคังอินทั้งน้ำตา มือเล็กๆแสนบอบบางทั้งสองข้างจับอยู่ที่ชายเสื้อคลุมที่บริสุทธิ์ของเทพหนุ่มผู้คุมกฎแน่น...อ้อนวอนขอความเมตตาให้แก่เขาด้วยท่าทางน่าสงสารจนแววตาของชองยุนโฮคนเย็นชาถึงกับวูบไหว และแน่ล่ะ...แจจุงเห็นมัน มันยิ่งทำให้เขาร้องไห้หนักกว่าเดิมเสียอีก
"คังอินได้โปรด..."
"..."
"ขอร้อง...อย่าทำแบบนี้"
คังอินไม่สนใจถ้อยคำอ้อนวอนและน้ำตาของนางฟ้าผู้ที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าของเขาแม้เพียงหางตา...เพราะเขารู้ดีว่าน้ำตาเหล่านั้นจะละลายหัวใจของเขาในไม่ช้า แม้แต่ชองยุนโฮคนนั้นก็รู้ดี
"หวังว่าท่านคงพอใจท่านยุนโฮ"
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการท่านคังอิน"
ยุนโฮย้ำความต้องการของตนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา...ไม่สนใจความรู้สึกของคนที่ไม่ได้เป็นที่ต้องการเลยสักนิดว่าจะรู้สึกอย่างไร...จะเจ็บปวดรึเปล่า และคิมแจจุงก็เจ็บปวด ริมฝีปากบางถูกเม้มกัดแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นของตนหลุดเล็ดลอดออกไปให้คนที่ไม่ต้องการตนสมเพชไปมากกว่านี้ แต่ร่างบอบบางกลับสั่นไหวไปหมด คังอินเหยียดรอยยิ้มขึ้นมาบนเรียวปากพลางดึงรั้งร่างบอบบางที่คุกเข่าอยู่แทบเท้าของเขาให้ลุกขึ้น ใช้แขนตวัดรัดเอวคอดเข้ามาแนบกาย แล้วจึงปรายตามองร่างสูงของยุนโฮเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
"อีทึกเป็นของฉัน...ฉันคิกว่านายสำนึกความจริงข้อนี้แล้วเสียอีกนะ"
"..."
"แจจุงเป็นนางฟ้าของพระเจ้า ฉันอุตส่าห์มัดปีกแล้วขโมยมาจากพระเจ้าให้ท่าน ถ้าไม่อยากได้ก็ทิ้งไว้ตรงนี้แล้วกลับไปตัวเปล่าก็แล้วกัน"
คังอินไหวไหล่อย่างไม่สนใจก่อนจะหมุนตัวลากร่างบางของอีทึกให้เดินจากมา ปล่อยเขาไว้ให้อยู่เพียงลำพังกับชองยุนโฮที่ยังไม่เหลือบสายตาลงมามองเขาแม้เพียงวินาที แจจุงพยายามสูดหายใจให้ลึกเพื่อหยุดน้ำตาของตัวเองที่กำลังแผดเผาร่างของเขาให้ได้เสียที หากแต่ท่าทีกราดเกรี้ยวของชองยุนโฮกลับยิ่งทำให้น้ำตาร่าวงหล่นลงมามากขึ้นก็เท่านั้น
ไม่ต้องการคิมแจจุงขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรอ
จ้าวแห่งนรกหันไปโบกมือไล่ทหารยามทั้งสองคนนั้นให้จากไปก่อนจะเอื้อมมือลงไปคว้าลำคอของนางฟ้าของพระเจ้าที่ถูกมัดปีกเอาไว้ขึ้นมา มือใหญ่เกร็งจับลำคอเล็กแน่นจนแทบไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้หายใจพลางออกแรงยกร่างบอบบางขึ้นสูง ใบหน้างดงามเปื้อนน้ำตานั้นแสนจะนิ่งเฉยจนเขานึกขัดใจ...เขาจำนางฟ้าองค์นี้ได้...นางฟ้าที่มีรอยยิ้มแสนหวานคนนั้น
"ชื่ออะไร"
"แจจุง...คิมแจจุง"
ดวงตาสีสนิมตวัดขึ้นมองเขาอย่างแสนเย็นชา...ราวกับกำลังประเมินค่าสิ่งของอะไรสักอย่างว่ามีค่ามากพอให้ได้รับความสนใจมากสักแค่ไหน และความว่างเปล่าในนั้นก็ยิ่งทำให้คนที่มีค่าน้อยนิดหายใจไม่ออก ชองยุนโฮโยนร่างของเขากลับทิ้งลงพื้นคล้ายไม่อยากจะสัมผัสเขาไปมากกว่านี้อีกแล้วก่อนจะหมุนตัวตั้งท่าจะเดินจากไป แต่ก่อนที่จะได้เดินจากไป ดวงตาคมสีสนิมคู่นั้นก็ตวัดกลับมามองเขาที่นั่งกองอยู่กับพื้น และมันก็ยังคงว่างเปล่า
"ลุกขึ้นแล้วเดินตามฉันมา อย่าให้ฉันต้องเรียกพวกยมทูตชั้นต่ำมาลากนายลงไปคิมแจจุง...นางฟ้าชั้นสูงของพระเจ้า"
..............................................................
"เมื่อไรจะเงียบเสียงเสียทีคิมแจจุง" เสียงตวาดที่ไม่ดังมากนักของคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าทำให้ร่างบอบบางที่เดินสะอื้นมาตลอดทางรีบกัดปากของตัวเองเอาไว้ในทันที นรกอันมืดสนิทและหนาวยะเยือกทำให้แจจุงตัวสั่นอย่างหวาดกลัว รู้สึกเหมือนโดนอากาศกดทับจนแทบหายใจไม่ออก...เปลวเพลิงอันทารุณของนรกกำลังแผดเผาผิวของเขา...กำลังกัดกร่อนความเป็นนางฟ้าของเขาจนรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเปลวไฟ
ยมทูตชั้นต่ำที่เดินว่อนไปมาเพื่อทำงานของตนต่างพากันแอบชำเลืองมองร่างของแขกผู้มาเยือนอันสูงศักดิ์ด้วยสายตาหิวกระหาย...กลิ่นของนางฟ้าในรูหนูโสโครกแห่งนี้หอมหวานเสมอ และยิ่งเมื่อมันมาจากร่างของนางฟ้าของพระเจ้า มันก็ยิ่งหอมหวานจนแทบทนไม่ไหว
ยุนโฮกวาดตามองสมุนของตนที่ต่างทำท่าจะกระโจนเข้ามาตะครุบร่างอันด้อยค่าของสิ่งของของเขา...เตือนพวกมันด้วยแววตาว่าอย่าได้คิดแตะตราบใดที่เขาคนนี้ยังเป็นเจ้าของ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กมาเกาะกุมเอาไว้และลากรั้งตรงไปยังห้องพักของตน
"ท่านยุนโฮ..."
"ถ้าฉันไม่สั่ง ก็ไม่ต้องอ้าปากให้ฉันเห็นคิมแจจุง" คนหัวเสียว่าพลางบีบข้อมือเล็กแน่นขึ้นอย่างไม่คิดถนอมจนผิวขาวจัดนั่นขึ้นสีก่ำไปหมดอย่างน่าเจ็บปวด แต่แจจุงไม่ได้เอ่ยปากร้องอุทรณ์ใดๆออกมา...นางฟ้าของพระเจ้าหุบปากสนิท ทำเพียงกดสายตาจ้องมองข้อมือของตนที่โดนเกาะกุมเอาไว้...พยายามจะทำให้หัวใจของตนอบอุ่นด้วยไออุ่นเล็กๆที่ส่งผ่านมา หากทุกอย่างที่เขารู้สึกกลับมีเพียงน้ำตาที่มาพร้อมกับความเจ็บปวด
"ฮึก..."
"บัดซบสิ้นดีเลย!" ความไม่พอใจของชองยุนโฮระเบิดออกมาในที่สุดหลังจากอดทนไม่อาละวาดมานานหลายนาน เขาเหวี่ยงร่างบอบบางที่เขาเอาติดมือลงมาจากข้างบนด้วยขึ้นไปบนเตียงกว้างของตนก่อนจะตามไปขึ้นคร่อมทับเอาไว้อย่างรวดเร็ว ยมทูตหนุ่มออกแรงพลิกร่างเล็กให้นอนคว่ำหน้าลงกับเตียงท่ามกลางแรงดิ้นรนอย่างไม่ยอมแพ้ของนางฟ้าที่ใกล้หมดหวังเต็มทน ยุนโฮรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างมากดเอาไว้ที่กลางแผนหลังของผู้เป็นเจ้าของพลางใช้มืออีกข้างหนึ่งปลดเชือกออกมาจากปีกสีขาวบริสุทธิ์เพื่อใช้มันผูกมัดข้อมือของเจ้าของปีกแทนที่
"เก็บปีกเสียนางฟ้า ก่อนที่ฉันจะตัดมันทิ้ง" ยุนโฮยิ้มหยันเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำตามคำสั่งของเขาแทบจะในทันทีที่สิ้นคำ...เชื่อฟังกันแบบนี้ค่อยคุ้มกับที่เขาโมโหหน่อย เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ เกลี่ยปลายจมูกเข้ากับแก้มใสที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาพลางใช้ริมฝีปากไล้ไปตามใบหูเล็กๆนั่น
"ฉันกะแล้วว่าไอ้คังอินต้องเล่นไปซื่อกับฉัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันปรารถนาในตัวนางฟ้าอีทึกของฉันมากขนาดไหน...ใช่มั้ยคิมแจจุง"
"ไม่รู้...ฮึก...ฉันไม่รู้"
จ้าวแห่งนรกเหยียดรอยยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นหยดน้ำตาของนางฟ้าที่นอนนิ่งอยู่ใต้ร่างของตน เขาใช้มือบีบแก้มนุ่มพร้อมกับดันใบหน้าหวานให้หันมาสบตาเพื่อจะได้เห็นมันชัดๆ...น้ำตาของพระเจ้าที่เขาว่าหายากหนักหนา
"ไหนว่านางฟ้าของพระเจ้าร้องไห้ไม่ได้อย่างไรล่ะ...เจ็บปวดมากรึเปล่าคิมแจจุง" เสียงทุ้มทอดอ่อนลงจนน่าอบอุ่น หากแต่แววตาวาวโรจน์นั่นกลับทำให้แจจุงตัวสั่นอย่างหวาดกลัว เขาพยายามออกแรงดิ้นรนอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่ายิ่งเขาดิ้น แขนของเขาที่ถูกผูกมัดเอาไว้ก็ยิ่งถูกดันขึ้นสูงจนสุดท้ายแล้วต้องยอมนอนอยู่นิ่งเฉยทั้งน้ำตา ปล่อยให้อีกฝ่ายลูบสัมผัสไปตามร่างกายของตนอย่างจาบจ้วงหยาบคาย
มันไม่มีความรักอยู่ในนั้นแม้เพียงนิด
มันไม่มีแม้เพียงความอ่อนโยนด้วยซ้ำ
แล้วจะให้คิใแจจุงหยุดร้องไห้ได้อย่างไรกัน
"ท่านยุนโฮ...ฮึก...ขอร้อง"
"ฉันบอกให้นายพูดแล้วหรือไงคิมแจจุง"
"ฮึก..."
"อยู่เงียบๆในที่ของนายคิมแจจุง บางทีฉันอาจจะส่งนายกลับขึ้นไปทั้งๆที่ยังดีอยู่ก็ได้"
แล้วจะให้คิมแจจุงทำยังไงล่ะ
ต้องการให้คิมแจจุงทำอะไรอย่างนั้นหรอ
"ได้โปรด..."
"หอมจังเลยนะนางฟ้าของพระเจ้า" ปลายจมูกโด่งคมที่ลากไล้ไปตามแนวลำคอทำให้แจจุงตัวสั่นอย่างหวาดกลัว เขาพยายามจะเบี่ยงหน้าหลบหลีกสัมผัสนั้น หากแต่มือแกร่งที่บีบจับแก้มของเขาอยู่ก็ทำให้เขาทำไม่ได้แม้เพียงส่งเสียงร้องออกมา ร่างสูงที่คร่อมทับอยู่ด้านบนบดเบียดแก่นกายของตนเข้าเสียดสีกับบั้นท้ายนุ่มอย่างยั่วเย้าเหมือนอยากจะบอกว่าเขาต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน และนั่นก็ยิ่งทำให้คนที่ถูกรุกรานตัวสั่นเทา
"ท่านยุนโฮ...ฮึก...ปล่อยฉันไปเถอะนะ...ฮึก...ขอร้อง"
"ไม่หรอกนางฟ้า..."
"..."
"ไม่ปล่อยหรอก" มือใหญ่ลากไล้ไปตามแนวสีข้างที่มีเอวเว้าคอดเข้าไปราวกับผู้หญิงก่อนจะสอดเข้าไปใต้เสื้อเพื่อลูบสัมผัสไปตามผิวขาวละเอียด ยุนโฮยิ้มกริ่มเมื่อเห็นแก้มใสระบายเต็มไปด้วยสีแดงเข้มจัด ยมทูตหนุ่มพลิกร่างบางใต้ร่างของตนกลับขึ้นมานอนหงายแล้วจึงโน้มใบหน้าลงไปกดจูบเบาๆเข้าที่ใบหูเล็กซึ่งกำลังขึ้นสีก่ำไม่แพ้พวงแก้ม
"พังเมื่อไร...ค่อยปล่อย"
"..."
"หวังว่าพระเจ้าคงรักนายมากพอที่จะลงโทษไอ้คังอินที่โยนนายมาให้ฉันนะคิมแจจุง" ยุนโฮแค่นเสียงหัวเราะพลางลูบมือที่สอดอยู่ใต้เสื้อไปตามแผ่นอกเรียบเนียน ใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดอกอย่างแผ่วเบาก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นบนขยี้ด้วยเรียวลิ้นผ่านเนื้อผ้าเมื่อไม่เห็นปฏิกริยาที่ถูกใจ
"ฮึก..." แจจุงกัดฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงร้องอันน่าอายของตน ใบหน้าหวานเสเบือนซุกเข้ากับหมอนนุ่มเพื่อหลบสายตาดูถูกเหยียดหยามของชองยุนโฮที่ตวัดขึ้นมามองเขาเป็นพักๆราวกับอยากจะดูสีหน้าของเขา มือที่ยังคงถูกไขว้ไว้อยู่ด้านหลังทำให้ร่างของเขาโค้งขึ้น และมันก็ทำให้ร่างของเขาแนบชิดกับร่างสูงใหญ่ที่นอนคร่อมทับเขาอยู่มากเกินกว่าที่ควรจะเป็น...ทำให้เขาสัมผัสความปรารถนาที่ดุนดันเขาอยู่ได้อย่างชัดเจน
"ร้อนรึยังคิมแจจุง...นรกทำให้นายร้อนรึยัง" เสียงทุ้มโทนเบสที่แสร้งทำเป็นนุ่มนวลกำลังทำให้แจจุงรู้สึกเหมือนตัวเองล่องลอยไร้รูปร่าง และยิ่งเมื่อแก่นกลางของตนถูกจับขยำผ่านเนื้อผ้าด้วยมือของคนที่ดั่งกับมีมนตรา โลกในตาของเขาที่เขาเห็นผ่านม่านน้ำตาก็ยิ่งพร่าเลือน แต่มันกลับมีเพียงใบหน้าและแววตาเย้ยหยันของชองยุนโฮเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เด่นชัด
มีเพียงชองยุนโฮ...
คนที่เขาตกหลุมรักได้มากเหลือเกินแม้เพียงสบตาคนนั้น
เสื้อผ้าของตัวเองถูกฉีกทึ้งออกไปตั้งแต่เมื่อไร แจจุงไม่รู้...ร่างกายของตนปลดปล่อยสิ่งโสโครกที่ชองยุนโฮเป็นคนก่อให้เกิดขึ้นกี่ครั้งแล้ว แจจุงก็ไม่รู้เช่นกัน เขารู้เพียงแต่ตอนนี้เขาร้องไห้จนหัวใจคุ้นชินกับความเจ็บปวดและด้านชาไปหมด อีกทั้งยังเหนื่อยอ่อนจนส่งเสียงร้องสะอื้นขอความเห็นใจออกมาไม่ไหว
"เหนื่อยแล้วหรอคิมแจจุง"
"..."
"ฉันยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากร่างกายสวยๆของนายเลยนะ"
ริมฝีปากบางที่ดูเหมือนจะเป็นอวัยวะส่วนเดียวที่ชองยุนโฮไม่ยอมใช้ริมฝีปากของตนสัมผัสเลยแม้เพียงนิดขยับอ้าคล้ายอยากจะส่งเสียงร้องอะไรบางอย่าง หากแต่ความเหนื่อยอ่อนก็ทำให้มันมีเพียงความเงียบงันเท่านั้นที่หลุดลอดออกมา ยมทูตหนุ่มเหยียดรอยยิ้มสมเพชพลางค่อยๆสลัดอาภรณ์สีดำสนิทของตนออกให้พ้นร่าง
"ต่อจากนี้ไป...ฉันอนุญาตให้นายส่งเสียงนะคิมแจจุง เอาหวานๆดังๆเลยนะ...เอาให้ทุกคนในนรกรู้ว่านางฟ้าของพระเจ้าน่ะร้อนแรงได้มากแค่ไหน" ร่างเปลือยเปล่าอันสมส่วนขยับกดตัวแนบลงมา สัมผัสเสียดสีอยู่เพียงด้านนอกก่อนเจ้าตัวจะเหยียดยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางฟ้าของพระเจ้าในตอนนี้นั้นช่างน่าดูนัก เขาชะโงกหน้าขึ้นไปกดจูบลงเบาๆที่ข้างแก้มเนียนอันแดงปลั่งก่อนจะกระแทกกายเข้าไปในช่องทางอันคับแคบนั่นทีเดียวจนสุด
"อ๊ะ!" ความเจ็บแสบทำให้แจจุงหลุดเสียงร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวด ดวงตาคู่โตที่ช้ำน้ำตาเบิกโพลงจ้องมองเพดานด้านบนอย่างเหม่อลอยว่างเปล่า ร่างกายบอบบางที่ถูกฟอดเฟ้นนจนช้ำแดงไปหมดแน่นิ่งไม่ขยับไหว...เจ็บปวดจนแค่นอนหายใจก็ยังแทบไม่ไหว คิมแจจุงไม่อยากออกแรงดิ้นรนอีกต่อไปแล้ว เรียวปากบางแดงก่ำเต็มไปด้วยรอยฟันของตัวเองเม้มเข้าหากันแน่น...ปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหล...ปล่อยให้คนใจร้ายทำร้ายเสียให้พอ
เพราะสุดท้ายแล้ว...นางฟ้าของพระเจ้าก็ยังเกลียดคนใจร้ายไม่ได้อยู่ดี
"นรกขอต้อนรับนางฟ้าของพระเจ้า...เจ็บปวดเสียให้ชินล่ะ!"
...................................................................
"ตื่นแล้วหรอครับนางฟ้า" เสียงทุ้มแสนอ่อนโยนที่ดังขึ้นทันทีที่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาทำให้แจจุงเบิกตาขึ้นกว้าง ร่างบางเปลือยเปล่าที่บอบช้ำไปหมดรีบวาดมือโอบกอดตัวเองเอาไว้พลางขยับตัวถอยหนีชายร่างสูงคนหนึ่งที่นั่งยิ้มให้เขาอยู่ที่ขอบเตียง เชือกที่ผูกข้อมือของเขาอยู่หายไปแล้ว แต่นั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดจะสนใจ ผ้าห่มผืนหนาที่คลุมตัวของเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ถูกใช้เป็นโล่ห์กำบังระหว่างเขากับเด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนมากเหลือเกิน
"นางฟ้า..."
"พาฉันกลับบ้านนะ...ขอร้องนะ...พาฉันกลับบ้านได้มั้ย"
"คงไม่ได้หรอกครับนางฟ้า" เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งในชุดเสื้อคลุมสีดำสนิทคลี่รอยยิ้มเล็กๆมาให้เขาเหมือนอยากจะขอโทษในเรื่องนั้นพลางยื่นมือมาหาหมายจะใช้ปลายนิ้วไล้เช็ดน้ำตาที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งที่ขอบตาแดงช้ำ หากแต่ยังไม่ทันสัมผัส นางฟ้าของพระเจ้ากลับเบี่ยงหน้าหลบออกมาอย่างหวาดกลัวจนเขาต้องถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจด้วยรอยยิ้มที่ยังไม่จาง
"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกนะครับนางฟ้า ไม่ต้องกลัวผมนะครับ"
"ฉันอยากกลับบ้าน...ฮึก...กลับบ้าน"
"ถ้าคุณร้องไห้คุณจะเจ็บปวดนะครับนางฟ้า พี่ยุนโฮบอกว่าคุณคือนางฟ้าของพระเจ้านี่...อย่าร้องไห้เลยนะครับนางฟ้า" ชื่อของชองยุนโฮได้ผลชะงักดีเสียยิ่งกว่าถ้อยคำปลอบโยนอันอ่อนหวานใดๆเสียอีก เพราะทันทีที่มันถูกเอ่ยอ้างออกมา แจจุงก็แทบจะหยุดร้องไห้ในวินาทีต่อจากนั้น ร่างบอบบางยิ่งสั่นไหวอย่างหวาดกลัวพร้อมกับกอดตัวเองให้แน่นขึ้นราวกับว่าการทำแบบนั้นจะปกป้องตัวเองให้รอดพ้นจากคนโหดร้ายได้กระนั้น
"นางฟ้า..." เด็กหนุ่มหน้าเสียไปนิดเมื่อคำพูดปลอบโยนของตนยิ่งทำให้สถานการณ์ที่ควรจะดีขึ้นกลับยิ่งเลวร้ายลงกว่าเก่า มือใหญ่เอื้อมไปสัมผัสลงเบาๆที่ศีรษะเล็ก ไม่ยี่หระต่อการถดตัวถอยหนีและเสียงครางอย่างหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้นโดยการคลี่รอยยิ้มส่งไปให้อีกฝ่ายอย่างใจเย็น
"ผมจะไม่ทำร้ายคุณนะครับนางฟ้า ผมสัญญา"
"ฮึก...ขอร้องนะ"
"อย่ากลัวผมนะครับนางฟ้า...นางฟ้า...นางฟ้าของพระเจ้าครับ อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ...นางฟ้า...ไม่ต้องกลัวนะ" เขาเรียกอีกฝ่ายด้วยคำว่านางฟ้าซ้ำๆอยู่แบบนั้นจนกระทั่งอาการหวาดกลัวลดลงเหลือเพียงดวงตาอันปริ่มน้ำตา เด็กหนุ่มลูกผมนิ่มที่ปกคลุมศีรษะเล็กๆนั่นอยู่อย่างแผ่วเบาพร้อมด้วรอยยิ้มที่อ่อนโยนไม่แพ้กัน
"ผมชื่อชิมชางมินนะครับ"
"..."
"ผมมีหน้าที่ดูแลคุณตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะครับนางฟ้า" ชางมินขยับรอยยิ้มให้กว้างขึ้นเมื่อดวงตากลมโตที่ยังคงแวววาวไปด้วยน้ำตาคู่นั้นช้อนขึ้นมามองหน้าเขาไม่วาง และเขาก็ต้องหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าความกลมโตของมันนั้นทำให้สายตาของนางฟ้าของพระเจ้าในตอนนี้ช่างดูใสซื่อนัก...น่ารักสมคำร่ำลือจริงๆเลยนะนางฟ้าของพระเจ้า
"ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าทำไมคุณถึงลงมาอยู่ที่นี่"
"..."
"แต่ว่าคิมฮีชอลพี่ชายของคุณกำลังทำให้ท้องฟ้าปั่นป่วนเพราะความเกรี้ยวกราดของเขา ผมเชื่อว่าแม้แต่เปลวเพลิงของนรกก็ไม่สามารถทำให้เขาหยุดในการเอาตัวของคุณกลับขึ้นไป...นางฟ้าอดทนหน่อยนะครับ"
"พี่ฮีชอล..."
"ครับ พี่ชายของคุณ"
แจจุงนิ่งไป...และคงนิ่งมากเกินไปจนอีกฝ่ายใจเสีย ชางมินเบ้หน้านิดๆเหมือนเด็กโดนขัดใจ แต่เขาก็ไม่โดนขัดใจอยู่ไม่นานนักหรอก เพราะอีกไม่กี่วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็สามารถคลี่รอยยิ้มกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง
"นางฟ้าครับ"
"..."
"ตอนนี้คุณต้องไปอาบน้ำแต่งตัวนะครับ ผมเตรียมชุดไว้ให้แล้ว...นางฟ้าใส่สีแดงแล้วต้องสวยมากแน่ๆเลย"
.........................................................
"เมื่อไรพี่จะปล่อยเขาไปสักทีล่ะ"
"ใคร"
"นางฟ้าของพระเจ้า" ดวงตาสีอำพันของชิมชางมินละออกมาจากร่างบางของนางฟ้าของพระเจ้าผู้อยู่ในอาภรณ์สีแดงสดที่กำลังเดินเล่นเรื่อยเปื่อยอยู่ในสวนด้านล่างซึ่งเขายืนเหม่อมองมานานเหลือเกินก่อนจะหันหลังให้กับหน้าต่างตรงหน้าเพื่อสบตากับพี่ชายของตนที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร
"นายเห็นฉันว่างรึยังล่ะชางมิน"
"แต่พี่ก็ว่างพอที่จะทำให้เขาร้องไห้ทุกคืนไม่ใช่รึไง" ชางมินสบตากับพี่ชายที่เงยหน้าขึ้นมาค้นหาความหมายของคำพูดของเขาเพียงชั่วครู่ก็หมุนตัวหันหลังให้เพื่อเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างตามเดิม
บรรยากาศในนรกแห่งนี้มืดสนิทเสมอ ถึงแม้มันจะมีเปลวไฟลุกอย่างร้อนแรงอยู่ข้างใต้ต่ำลงไป ท้องฟ้าของที่นี่ก็ยังมืดมนและหนาวเย็น ไม่เว้นแม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าหรือพื้นดิน หากแต่ไม่ใช่กับนางฟ้าของพระเจ้าองค์นั้น คิมแจจุงส่องแสงเรืองรองอย่างอบอุ่น...เหมือนหิ่งห้อยตัวเล็กๆในช่วงเวลาที่มืดที่สุดของคืน มันทำให้ชางมินชอบที่จะเฝ้ามองร่างบอบบางนัก
"พวกยมทูตชั้นต่ำเริ่มทนไม่ไหวแล้วรู้มั้ย กลิ่นของนางฟ้าหอมหวานเกินไปจนพวกมันอยากจะปีนกำแพงวังเข้ามา"
"นั่นมันเป็นหน้าที่ของนายไม่ใช่รึไงที่จะทำให้คิมแจจุงอยู่แต่ในกำแพงน่ะ"
ชางมินไม่ได้โต้ตอบถ้อยคำของพี่ชายกลับแต่อย่างใด เขายังคงยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่าง ก้มลงเฝ้ามองนางฟ้าผู้เป็นดั่งแสงดาวในความมืดมิดเดินเล่นกับต้นไม้ใบหญ้าไปเรื่อยเปื่อยก่อนความปั่นป่วนบางอย่างบนท้องฟ้าสีดำขุ่นคลั่กด้านบนจะเรียกสายตาของเขาให้ตวัดมองขึ้นไป
"ดูเหมือนจะมีเรื่องอีกแล้วนะครับ"
"ไอ้พวกเทวดากิเลสหนาพวกนั้นก็หาเรื่องในฉันเหนื่อยตลอดนั่นล่ะ" ยุนโฮสบถออกมาพลางขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่มากว่าค่อนวันและก้าวเดินโครมๆไปหยิบเสื้อคลุมสีดำสนิทตัวเก่งของตนมาสวมใส่ด้วยอากัปรที่แสดงถึงความไม่พอใจชัดเจน
"ผมไม่ไปนะครับพี่ยุนโฮ แสงแดดทำให้ผมปวดหัว"
"ตามใจ ฉันมีคนอยากให้ไปด้วยอยู่แล้ว" ว่าแล้วก็ก้าวหายออกไปจากห้อง ปล่อยให้คนที่เป็นดั่งน้องชายถอนหายใจออกมาเบาๆเหมือนจะเหนื่อยใจกับอารมณ์ร้ายๆนั่น...บางที่พี่ยุนโฮอาจจะอยู่ในความมืดมานานเกินไปจนดวงตารับแสงสว่างไม่ได้แล้วก็เป็นได้
ชางมินเบือนสายตากลับลงไปมองนางฟ้าของพระเจ้าอีกครั้ง และก็อย่างที่เขาคาดไว้เลยล่ะ ชองยุนโฮปรากฏกายลงไปอยู่ตรงนั้น จัดการคว้าข้อมือเล็กของคนที่มีท่าทางตื่นตระหนกเอาไว้ และพยายามลากรั้งให้เดินตามไป พวกเขายื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่อย่างนั้นไม่นานนัก เพราะสุดท้ายแล้วคิมแจจุงก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้และถูกลากไป...เป็นแบบนั้นตลอดนั่นล่ะ
ชางมินถอนหายใจออกมาอีกครั้งพลางยื่นมือออกไปรับร่างของเจ้าผีเสื้อราตรีตัวน้อยที่บินมาเกาะอย่างแผ่วเบาอยู่ที่ปลายนิ้ว เด็กหนุ่มขยับโยกเอนร่างสวยงามบอบบางนั่นไปมาเบาๆด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนบนเรียวปาก
สักวันนางฟ้าจะไม่ทน...เขารู้
แค่บินหนีออกไปจากที่นี่น่ะเป็นเรื่องง่ายนัก
แต่เพราะนางฟ้ายังทนไหวใช่รึเปล่า
แสงสว่างของเขา...ดวงดาวของเขา
อีกนานแค่ไหนกว่าคุณจะเลิกทนและบินหนีไปครับนางฟ้า
............................................................
"เราจะไปไหนกะ..." แรงบีบที่ข้อมือที่แรงขึ้นทำให้แจจุงรู้สึกตัวและหุบปากฉับลงมาทันทีพร้อมกับรีบเบือนหน้าหนีดวงตาสีสนิมที่ตวัดกลับมามองอย่างดุดัน
"ขอโทษครับ"
"รู้ตัวก็ดี" ยุนโฮปล่อยข้อมือเล็กออกให้เป็นอิสระ ในจังหวะเดียวกับที่แจจุงสัมผัสได้ถึงแสงแดดที่ส่องลงมากระทบผิวอันเริ่มซีดขาวของตน ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบกายอย่างใคร่รู้ และความมีชีวิตชีวาที่เต็มไปเต็มไปด้วยหลากหลายอมรมณ์ถึงแม้ทุกอย่างจะหยุดนิ่งก็ทำให้เขารู้ว่าที่นี่คือที่ที่เพื่อนของเขาหลงใหลหนักหนา...โลกมนุษย์
"ชองยุนโฮ..." เสียงหวานอันคุ้นเคยเรียกสายตาของเขาให้ตวัดกลับไปสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า อีทึกนั่งร้องไห้อยู่บนพื้นตรงนั้น แขนเล็กๆทั้งสองข้างโอบประคองร่างเปื้อนเลือดของชายหนุ่มคนหนึ่งเอาไว้อย่างทะนุถนอมหวงแหน...สัมผัสได้ถึงความรักมาเหลือเกิน
ยุนโฮก้าวเข้าไปคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้านางฟ้าตาหวาน จัดการดึงวิญญาณออกมาจากร่างที่ไร้ลมหายใจแล้วจึงยืดกายกลับขึ้นมายืนตามเดิม ร่างโปร่งใสที่ยืนตามขึ้นมาด้วยนั้นช่างดูเศร้าสร้อยนักในความรู้สึกของแจจุง
อีทึกโชคดีจังนะ
โชคดีเสอมเลย
เป็นคนพิเศษของทุกคนเสมอเลย
น่าอิจฉาจังนะ
และแจจุงก็ไม่รู้ว่าอะไรที่มันน่าเจ็บปวดกว่ากันระหว่างการสัมผัสได้ถึงความรักมากมายในแววตาของชองยุนโฮที่กำลังกดมองร่างที่นั่งอยู่แทบเท้า กับการรู้สึกได้ถึงความเศร้าสร้อยที่สะท้อนออกมาจากแผ่นหลังกว้างที่เขากำลังจ้องมองอยู่
"ฉันคงต้องเอาวิญญาณเขาไป"
"ท่านยุนโฮได้โปรด...อย่าเอาเขาไป..." อีทึกสะอึกสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสารพลางโอบกอดร่างที่บัดนี้ไร้วิญญาณอีกต่อไปแล้วให้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าจะมีใครมาพรากเอาชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายคนนั้นไปจากเขา...ทำไมอีทึกถึงต้องขอร้องอ้อนวอนเพื่อคนอื่นเสมอเลยนะ
"เขาต้องลงไปชดใช้ความผิดทั้งหมดในชีวิตของเขาที่นรกก่อนแล้วจึงจะได้ขึ้นสวรรค์ นายรู้กฎดีอีทึก...ไม่นานนายก็จะได้เจอเขาอีก"
"จะเอาอะไรก็ได้...ฮึก...แต่อย่าเอาเขาไปเลยนะ ผมขอร้องล่ะครับ...อย่าทำให้เขาทรมานเลยนะ...ฮึก..."
และมันก็ได้ผลกับชองยุนโฮคนนั้นเสียทุกครั้งจนมันน่าร้องไห้
"รักมันมากเหลือเกินนะนางฟ้าอีทึกที่รักของฉัน" เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของเทพบุตรหนุ่มร่างใหญ่ผู้อยู่ในอาภรณ์สีขาวและมีปีกขนนกสีดั่งเมฆาอยู่ที่กลางแผ่นหลัง
"คังอิน..."
"ถึงเวลากลับบ้านแล้วนางฟ้า"
"บอกให้ชองยุนโฮช่วยเขานะคังอิน...ฮึก...แล้วฉันจะ...ฮึก...กลับไปกับนาย...ขอให้เขาช่วยฮันคยองนะ...ฮึก...ได้โปรดนะ" ร่างบางของอีทึกหันไปหาคนที่มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของตน เว้าวอนเขาด้วยเสียงสะอื้นและน้ำตาโดยไม่ยอมแม้แต่จะปล่อยมือออกมาจากร่างของมนุษย์คนนั้น
และแน่ล่ะ...สิ่งเหล่านั้นก็ได้ผลกับคังอินไม่ต่างกัน
"ได้ยินแล้วนี่ท่านยุนโฮ...ช่วยมนุษย์มันหน่อยจะเป็นไร"
"หึ..." ยุนโฮแค่เสียงขึ้นจมูกอย่างเหยียดหยันด้วยสีหน้าเกลียดชัง และคังอินก็โต้ตอบความเกลียดชังนั้นกลับด้วยรอยยิ้มที่แลดูร้ายกาจไม่แพ้กัน
"ท่านยุนโฮ...ฮึก...ได้โปรดนะ...ฮึก...อย่าเอาเขาไปนะ"
ถึงจะมีความรู้สึกอันน่ารังเกียจเกิดขึ้นอยู่ในหัวใจ
หากแต่แจจุงก็รักเพื่อนคนนี้ของเขามากเหลือเกิน
รักมาก...จริงๆนะ
"ท่านยุนโฮ..." นางฟ้าของพระเจ้าเปลงเสียงเอ่ยเรียกยมทูตหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าพร้อมกับเอื้อมมือไปสัมผัสเบาๆเข้าที่ต้นแขน...เขาก็แค่หวังว่ามันจะได้ผล
"ช่วยอีทึกเถอะนะ...ถือว่าฉันขอร้องก็ได้"
แต่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะได้ผล
ยุนโฮหันกลับมาคว้าลำคอของเขาเอาไว้แล้วจึงชูร่างของเขาขึ้นสูงจนปลายเท้าลอยขึ้นเหนือพื้น แจจุงไม่ตกใจ แต่กระนั้น...ก็ยังเจ็บปวด ดวงตาสีสนิมคู่นั้นวาวโรจน์ยามที่มันมองขึ้นมาสบตากับเขา มือหยาบเกร็งจับลำคอของเขาแน่นขึ้นคล้ายอยากจะเห็นเขาดิ้นรนทรมานทุรนทุรายให้สาแก่ใจ แต่แจจุงยังคงนิ่งเฉย...สงสัยกับตัวเองอยู่เงียบๆว่าบางทีชองยุนโฮอาจจะยังไม่รู้ว่านางฟ้าของพระเจ้าก็เจ็บปวดก็มีชีวิตก็มีความรู้สึกเหมือนกับนางฟ้าองค์อื่นๆ...ต้องการความรักเหมือนกับนางฟ้าองค์อื่นๆ
"มีใครขอความเห็นนายรึเปล่าคิมแจจุง"
"อึก...ปะ..."
"เคยบอกแล้วไม่ใช่รึไง ถ้าฉันไม่อนุญาตให้นายพูดก็อย่าพูด ถ้าฉันไม่ได้ขอก็ไม่ต้องให้ บอกแล้วทำไมไม่จำ...หรือว่าลงไปอยู่นรกแค่สองสามวันจะทำให้สมองของนางฟ้าชั้นสูงอย่างนายกลวงจนจำอะไรไม่ได้กันคิมแจจุง"
ความพยายามของชองยุนโฮเป็นผลในที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วนางฟ้าของพระเจ้าก็ทนความทรมานไม่ไหวและเริ่มดิ้นรน มือเล็กพยายามจะดึงมือที่กำรอบลำคอของตนออก แต่มันก็ไม่ได้ผล...ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างที่คิมแจจุงทำไม่เคยเป็นผลมาเสมอนั่นล่ะ แม้แต่น้ำตาก็ยังไม่เป็นผล
"ขอ...อึก...โทษ" แจจุงเค้นเสียงของตนออกมาได้แค่นั้น เขาพยายามจะพูดมันออกมาอีก หากแต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะสมเพชเขาเกินกว่าที่จะทนฟังเขาได้อีกต่อไป ยุนโฮโยนร่างของเขากลับลงไปกองอยู่กับพื้น กดสายตามองเขาอยู่ชั่วครู่แล้วจึงหันกลับไปสนใจคนที่เขาควรจะสนใจตามเดิม
พวกเขาพูดคุยอะไรกัน แจจุงไม่รู้หรอก นางฟ้าของพระเจ้าค่อยๆชันตัวยืนขึ้น แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นรอยยิ้มสมเพชเวทนาของคังอินที่ส่งมาให้ และตัดสินใจที่จะหมุนตัวหันหลังเดินหนีออกมา
ปีกขนนกสีขาวโบกสะบัดออกมาจากกลางแผ่นหลังบอบบาง พยายามจะพาตัวเองบินหนีจากมา หากแต่น้ำตาก็ทำให้เขาไม่มีแม้เพียงแรงที่จะทรงตัวยืนด้วยซ้ำ...เจ็บปวดไปหมด
แจจุงไอออกมาสองสามครั้ง และหยดเลือดที่เปื้อนอยู่เต็มฝ่ามือก็ทำให้เขาตกใจ...พยายามที่จะหยุดร้องไห้ก่อนที่หัวใจของตัวเองจะทนไม่ไหวและหยุดเต้นไปเสียก่อน ทว่ามันก็ไม่ง่ายเอาเสียเลย
นางฟ้าพยายามจะสะบัดปีกของตนเพื่อพาตัวเองบินขึ้นไปบนฟ้า หากแต่ทุกครั้งที่เขาพยายาม มันก็จะจบลงด้วยการที่เขาตกลงมากระแทกพื้นเสียทุกทีไป...น่าร้องไห้จริงๆเลย
"คิดว่าตัวเองกำลังบินไปไหนกันคิมแจจุง!"
..........................................................
"ฉันจะตัดมันทิ้ง ฉันบอกแล้วใช่มั้ย"
"ฉันแค่อยากจะกลับบ้าน...ฮึก...กลับบ้าน" ร่างบอบบางที่นอนคุ้ดคู้อยู่บนพื้นดินอันชุ่มโชกไปด้วยเลือดของวิญญาณคนบาปของนรกอเวจีสะอึกสะอื้นออกมาทั้งน้ำตา แจจุงพยายามจะชันตัวลุกขึ้น หากแต่เท้าที่เหยียบเข้าที่ปีกข้างหนึ่งของเขาก็ทำให้เขาเซล้มลงมานอนกองอยู่กับพื้นอย่างไร้ทางดิ้นหนี ยุนโฮย่อตัวนั่งลงพลางเหยียดยิ้มให้คนที่นอนอยู่ตรงหน้า ใช้มือข้างหนึ่งบีบจับลำคอเล็กเอาไว้เพื่อบังคับให้อีกฝ่ายหันมาสบตา
"ทำไม...นรกมืดๆแบบนี้ไม่เหมาะกับนางฟ้าชั้นสูงอย่างนายงั้นสิ"
"ฮึก..."
"ต้องเป็นสวรรค์อันโสโครกนั่นใช่รึเปล่าถึงจะเหมาะกับนางฟ้าอย่างนาย หรือต้องเป็นโลกมนุษย์โสมมนั่นกันล่ะ!" ยุนโฮกดน้ำหนักลงไปที่เท้าของตนมากขึ้น เรียวปากหยักขยับยิ้มเหี้ยมเมื่อเห็นนางฟ้าทุรนทุรายอย่างน่าสมเพช เขากระชับลำคอเล็กๆนั่นให้แน่นขึ้นพลางโน้มหน้าลงไปเกลี่ยไล้ปลายจมูกไปตามพวงแก้มอันซีดขาว ยมทูตหนุ่มกดจูบลงไปเบาๆคล้ายอยากจะจูบซับน้ำตาให้ แต่มันกลับยิ่งทำให้แจจุงมีน้ำตาอย่างเจ็บปวด
คิมแจจุงไม่เคยอ้อนวอนขอร้องอะไรเลยสักอย่าง
เขาไม่เคยวอนขออะไรจากผู้ชายที่เขารักมากเหลือเกินคนนี้เลยแม้สักครั้ง
แค่อยากจะอยู่ใกล้ๆ...แค่ขอให้เห็นอยู่ในสายตา
มันก็ยังไม่ได้หรอ
"ถ้าช่างเลือกมากนัก...ก็อย่ามีปีกไปเสียเลยดีกว่า!"
แค่มองว่าคิมแจจุงคนนี้ก็มีหัวใจ...มันก็ยังมากเกินไปหรอ
..............................................................
"นางฟ้าครับ..."
"ฮึก..." ร่างบางเปื้อนเลือดที่กำลังกระเสือกกระสนไปตามพื้นดินชะงักไปนิดเมื่อได้ยินเสียงเรียกคุ้นหูก่อนจะเงยหน้าที่เปรอะไปทั้งเลือดทั้งน้ำตาขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่ปรากฏกายขึ้นตรหน้า
"ชางมิน...ฮึก"
"ไม่ต้องกลัวแล้วนะครับนางฟ้า ผมเจอคุณแล้ว" ชางมินทรุดตัวนั่งลง คว้ามือเล็กที่พยายามจะเอื้อมขึ้นมาไขวคว้าร่างของเขามาจับกุมเอาไว้พร้อมกับดึงร่างที่อ่อนแรงเหลือเกินเข้ามาโอบประคองแนบกาย นัยน์ตาสีอำพันกวาดมองไปยังความมืดรอบกายที่เต็มไปด้วยเงาวูบไหวของพวกยมทูตชั้นต่ำที่หวังจะมาฉีกทึ้งร่างของดวงดาวของเขา และถ้าหากว่าเขามาช้ากว่านี้อีกเพียงนิด พวกมันก็คงจะได้ทำแบบนั้นจริงๆ
"นางฟ้า..."
"ฮึก...กลับบ้าน...ฮึก...ชางมิน"
"นางฟ้า!...ตอนนี้นางฟ้าต้องหยุดร้องไห้ก่อนนะครับ ไม่ร้องแล้วนะครับ"
แจจุงไอเอาเลือดออกมาเยอะแยะไปหมดจนเด็กหนุ่มตกใจและเริ่มมีท่าทีร้อนรน ชางมินช้อนร่างบอบบางที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดเข้าแนบอกก่อนจะลุกขึ้นพาคนในอ้อนกอดกลับสู่ที่พักของตนอย่างรวดเร็ว
"อดทนหน่อยนะครับนางฟ้า อย่าดับแสงลงเลยนะครับ"
..............................................................
ปัง!
"พี่คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่!" เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งใช้สองมือตบโต๊ะเสียงดังก่อนจะปัดกองเอกสารทั้งหมดที่พี่ชายกำลังให้ความสนใจอยู่ตกลงพื้นด้วยกริยาที่ก้าวร้าวไม่แพ้น้ำเสียง ซึ่งแน่ล่ะ...เขาได้รับความสนใจจากพี่ชายเกินร้อยในทันทีจากการทำแบบนั้น
ชองยุนโฮขยับกายยืนขึ้นเผชิญหน้ากับน้องชายด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาสีสนิมคู่นั้นทอแววอารมณ์เสียยามเมื่อมันสบเข้ากับดวงตาของน้องชายที่ทอประกายวาวโรจน์ไม่ต่างกัน
"ฉันทำอะไรรึไง"
"พี่ไปตัดปีกนางฟ้าแบบนั้นได้ยังไง!"
ยุนโฮเหยียดยิ้มออกมานิดเมื่อเห็นว่ามันเป็นเรื่องอะไร ยมทูตหนุ่มไหวไหล่พลางทรุดตัวนั่งกลับลงไปตามเดิม เขาก้มลงไปหยิบเอกสารที่น้องชายของตนปัดตกไปกลับขึ้นมาอ่านต่อด้วยท่าทางเหมือนมันเป็นแค่เรื่องเล็กๆที่แก้ไขได้ง่ายๆ
"ฉันทำไม่ได้รึไง"
"พี่ก็รู้ว่าเปลวเพลิงของนรกจะทำลายร่างของนางฟ้า"
"รู้แล้ว อีกไม่นานก็จะปล่อยกลับไปแล้ว"
"พี่ยุนโฮไม่เข้าใจ"
ยุนโฮเหลือบตาขึ้นมองน้องชายเล็กน้อย และท่าทางขมวดคิ้วด้วยสีหน้ายุ่งยากใจแกมหงุดหงิดนั้นก็ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วตาม แต่กระนั้นเขาก็ยังคงทำเป็นอ่านงานของตนต่อไปอย่างไม่สนใจอะไรมากนัก
"ไม่เข้าใจอะไร"
"แม้แต่นางฟ้าชั้นต่ำที่สุดของสวรรค์ก็ยังมีปีกนะครับพี่ยุนโฮ"
มือใหญ่ที่กำลังพลิกหน้าเอกสารชะงักไปนิดพร้อมกับดวงตาที่วูบไหวอยู่ชั่วครู่ หากแต่จ้าวแห่งอเวจีก็ยังคงไว้ซึ่งท่าทีนิ่งเฉยอันเย็นชาราวกับกำลังไม่ได้รู้สึกอะไร
"พี่ไปตัดปีกออกมาแบบนั้น...แล้วนางฟ้าของพระเจ้าจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะครับ"
......................................................
"แจจุง..."
"..."
"แจจุงของพี่ ลืมตามามองพี่หน่อยได้มั้ยเด็กดีของพี่"
วินาทีแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเห็นใบหน้าของพี่ชายกำลังส่งรอยยิ้มมาให้ แจจุงนึกว่าตัวเองกำลังฝัน หากแต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือที่แตะลงมาเบาๆที่ข้างแก้ม เขาก็เริ่มร้องไห้และพลิกตัวไปกอดเอวคอดของพี่ชายเอาไว้
"พี่ฮีชอล..."
"ไม่ร้องนะเด็กดีของพี่ อย่าทำตัวเองให้เจ็บปวดแบบนั้นเลย"
"พี่ฮีชอล...ฮึก...กลับบ้าน...ฮึก...ผมอยากกลับบ้าน" แรงสะอื้นทำให้เป็นไปแทบไม่ได้ที่จะฟังถ้อยคำนั้นรู้เรื่อง แต่ฮีชอลก็ฟังออก และมันก็ทำให้เขาหน้าเสียไปในทันที นางฟ้าของพระเจ้าคนพี่โอบกอดร่างของน้องชายแน่นขึ้นพลางพยายามทำตัวเองให้เข้มแข็งเอาไว้ด้วยการกลั้นน้ำตาและก้มลงไปมอบรอยยิ้มให้กับคนในอ้อนแขน
"มันไม่ดีเลย...ฮึก...เป็นแบบนี้ไม่ดีเลย...ฮึก...ผมมีความรู้สึกที่น่ารังเกียจ...ฮึก...ทั้งๆที่อีทึกเป็นเพื่อนของผม...ฮึก....แต่ว่ามัน..."
"ไม่เป็นไรแจจุง พี่เชื่อว่าอีทึกจะไม่เกลียดนาย แต่ตอนนี้เด็กดีของพี่หยุดร้องไห้ก่อนได้มั้ย ฟังที่พี่จะพูดหน่อยได้มั้ย" แจจุงยอมหยุดสะอึกสะอื้นตามคำของของพี่ชายของตน แต่กระนั้นไหล่บางก็ยังคงสั่นไหวอย่างรุนแรงจนฮีชอลต้องกดจูบลงเบาๆที่หน้าผากเนียนเพื่อปลอบโยนให้สงบลง
"สัญญากับพี่ได้มั้ยว่าจะฟังพี่...จะทำตามที่พี่ขอ"
"ผม...กลับบ้านไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับพี่ฮีชอล"
เมื่อสงบลงแล้ว เสียงแสนหวานของแจจุงก็นิ่งเรียบได้อย่างไม่น่าเชื่อ และมันก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพี่รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาจนต้องดึงร่างของน้องชายขึ้นมากอดเอาไว้แนบกาย ฝั่งใบหน้าเข้ากับไหล่บอบบาง สูดดมกลิ่นกายอ่อนจางที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆราวกับกลัวว่ามันจะจางหายไป...ซ่อนหยดน้ำตาที่เริ่มก่อตัว
"พี่พยายามแล้ว พี่ทำทุกทางแล้ว แต่มันไม่เป็นผลเลย...ไม่มีทางไหนเป็นผลเลย"
"ผมไม่โกรธหรอกครับ"
"อย่าอยู่ที่นี่เลยนะแจจุง อย่าสลายหายไปเลยนะ ไปอยู่ในที่ที่พี่สามารถยังเห็นนายได้ โลกมนุษย์ก็ได้...แค่อยู่ในสายตาของพี่ก็พอ"
ร่างบอบบางยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดสีขาวที่แลดูสว่างไสว บนเรียวปากสีแดงสดคู่นั้นเปื้อนยิ้ม...รอยยิ้มที่เขาจำได้ว่าสดใสและงดงามได้มากเพียงไหน ยุนโฮปล่อยให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้...ปล่อยให้อีกฝ่ายใช้สองมือจับประคองใบหน้าของตน...ปล่อยให้อีกฝ่ายเขย่งปลายเท้าขึ้นมากดริมฝีปากลงมาเบาๆที่ริมฝีปากของตน
"ฉันจะใช้หัวใจจำคุณนะชองยุนโฮ...จะใช้แค่หัวใจเท่านั้นจริงๆ"
.........................................................
"เรามาที่นี่กันทำไมครับนางฟ้า" ชางมินที่ขอตามขึ้นมาบนโลกมนุษย์ที่เขาเกลียดหนักหนาด้วยเอ่ยถามขึ้นพลางกวาดตาไปมองรอบห้องพักไม่แคบไม่กว้างแห่งนี้อย่างสงสัย ในอ้อมแขนของเด็กหนุ่มมีร่างอันหลับใหลของนางฟ้าองค์หนึ่งอยู่ ดวงตาที่ปิดสนิทนั้นบวมช้ำและเปื้อนไปด้วยน้ำตา...เหมือนด้านนอกที่เต็มไปด้วยเมฆมืดครึ้มและหยาดน้ำฝน
"นั่นสิแจจุง เรารีบไปกันไม่ดีกว่าหรอ" ฮีอชลที่ยืนอยู่ไม่ห่างแย้งออกมาบ้าง แจจุงไม่ได้เอ่ยตอบอะไรในทันที เขาหันไปยิ้มให้พี่ชายก่อนจะเดินเข้าไปหานางฟ้าผู้หลับใหล ส่งรอยยิ้มอ่อนหวานไปให้พลางใวช้ปลายนิ้วสัมผัสไปตามพวงแก้มนวลอย่างแผ่วเบา แล้วจึงผละห่างออกมาเพื่อเดินไปหาชายหนุ่มสองคนที่นอนเบียดกันอยู่บนโซฟาแคบๆ
"เพราะความรักเป็นแค่ความรู้สึกของคนสองคน...แค่สองคนเท่านั้น" ปลายนิ้วเรียวอันเย็นเฉียบของนางฟ้าไล้ไปตามใบหน้าคมของชายหนุ่มที่กำลังหลับลึกคนนั้น ในขณะที่ดวงตากลับทอดมองอย่างอ่อนโยนไปยังใบหน้าหวานใสของเด็กหนุ่มผมสีแดงที่ถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนแข็งแรงของชายหนุ่มที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง
"และการเจ็บปวดเพราะมัน...ก็เป็นเรื่องน่าเจ็บปวด"
"นางฟ้า..."
"แต่คนที่ฉันรักที่สุด...จะต้องไม่เจ็บปวดเพราะมัน เพราะคนที่ฉันรักที่สุด...จะต้องไม่ร้องไห้" เขาหันมายิ้มให้กับชางมินที่เริ่มหน้าเสียเพราะรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น เด็กหนุ่มตั้งท่าจะเอ่ยปากแย้ง หากแต่แจจุงก็ปฏิเสธที่จะรับฟังมันด้วยการก้มลงไปกดจุมพิตลงเบาๆเข้าที่ข้างแก้มกร้านของชายหนุ่มหน้าคมคนนั้น...ใช้มนตราสุดท้ายของตนเพื่อคนที่เขารักมากกว่าใคร
"เอาอีทึกไปวางไว้ตรงระเบียงละกันชางมิน แล้วเราจะได้ไปกันเสียที"
.............................................................
"นายชอบที่นี่หรอแจจุง"
"ครับ...ผมชอบรอยยิ้มของเขา"
"นางฟ้าครับ..."
"ไม่นานเราก็จะได้เจอกันอีกชางมิน อย่าลืมขึ้นมารับฉันนะ"
"นี่คิมจุนซู!"
"แม่จะเรียกอะไรผมนักหนาเนี่ย! ผมกำลังจะไปมหาลัยสายเพราะแม่นะ เดี๋ยวไอ้ปาร์คบ้านั่นก็มากัดหัวผมหรอก!!...เอ้ยๆๆ!!" ร่างเล็กที่รีบร้อนวิ่งออกมาจากบ้านเกือบได้สะดุดล้มลงไปจูบพื้นซีเมนต์รับเข้าวันใหม่เสียแล้วเพราะร่างของใครบางคนที่มานอนคุดคู้อยู่ที่หน้าบ้านของเขา จุนซูเบิกตากว้างพร้อมกับรีบก้มลงไปตรวจดูใกล้ๆ และเมื่อพบว่าชายหนุ่มหน้าหวานที่มีผิวขาวยิ่งกว่าปุยเมฆคนนั้นยังมีลมหายใจ เขาก็ดูเหมือนจะโล่งใจขึ้นมาหน่อย
"นี่...คุณครับ"
ดวงตากลมโตที่แลดูบวมช้ำพิกลค่อยๆเปิดลืมขึ้นตามเสียงเรียกของเขา มันแลดูงุนงงไม่ต่างจากเขาเชียวล่ะ
"คุณชื่ออะไรน่ะ แล้วเป็นอะไรรึเปล่า ไม่สบายตรงไหนมั้ย อยากให้พาไปหาหมอรึเปล่า"
"เอ๋?"
"ผมชื่อคิมจุนซูนะ แล้วคุณล่ะ"
คนสวยปริศนา(ที่เขาเพิ่งสังเกตว่าอยู่ในชุดสีขาวประหลาดพิกล)เอนคอมองหน้าเขางงๆก่อนจะคลี่ยิ้มหวานส่งมาให้อย่างน่ารัก
"ไม่รู้สิ"
"เอ๋?"
"เอ๋??"
"แม่ฮะ!...มีผู้ชายประหลาดอยู่หน้าบ้านเราฮะแม่!!"
"เดี๋ยวนี้ชอบขึ้นมาบนนี้จังนะครับพี่ยุนโฮ"
ร่างสูงของชองยุนโฮที่ยืนอยู่บนหลังคาของบ้านหลังหนึ่งเบือนสายตาไปมองน้องชายที่ปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ที่ด้านหลังของตนเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจสิ่งที่ตนเหม่อมองอยู่ก่อนหน้านั้นตามเดิม จ้าวแห่งนรกภูมิผู้เย็นชาไม่ได้เอ่ยตอบอะไรในทันที
"แค่คิดว่า...ข้างล่างมันมืดกว่าเดิมน่ะ"
..........................................................
ไม่น่าคิดจะแต่งฟิคนางฟ้าเพิ่มเลยจิงๆ หาเรื่องเหนื่อยมากๆเลย= = ลงเรื่องนี้เต็มร้อยพร้อมกับข่าวดีที่ว่าฟิคเส็ดแล้วและกำลังส่งโรงพิมพ์ค่ะ^^ ช๊อตฟิคเรื่องนี้พ่อพระเอกคนดี(?)ของเรามีบทน้อยยังไงพิกล แต่ไรเตอร์ว่าคงโดนเกลียดไปไม่น้อยเลยนะ ทั้งเรื่องหลักเรื่องรองหรือแม้แต่เอสเอ็ฟพิเศษ แจจ๋าคนสวยก็ยังอาภัพรักเหมือนเดิม เรียกได้มาโกยเรตติ้งความน่าสงสารกันสุดๆเลยทีเดียว สิ่งเดียวที่ตลกสำหรับช๊อคฟิค(ที่ไม่ช๊อตเลยจริงๆ- -)เรื่องนี้ ก็คือ การที่ไรเตอร์จับเทพเจ้าแห่งโลกตะวันออกกว่าครึ่งวงลงไปอยู่ในนรกหมดเลยนะ= =
ส่วนสิ่งที่นางฟ้าแห่งพระเจ้าทำทิ้งไว้กับผู้ชายสามคนในห้องนั้น คนที่ซื้อรวมเล่มไปจะรู้ค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นนะ สั้นๆ ไม่ได้ยาวอะไรมากมาย แต่ต้องมีคัยสักคนได้ใจแม่ยกไปเต็มๆแน่ๆไรเตอร์เชื่อ^^ ถ้าคัยจับความเส้าของช๊อตฟิควันเกิดของด๊องได้ก็จะเข้าใจและพอเดาเรื่องได้ค่ะ แต่ถ้าจับไม่ได้ แนะนำให้กลับไปอ่านช๊อตฟิควันเกิดของทึกอีกรอบ ก็น่าจะพอนึกออกนะ^___________^(ยิ้มหวาน แล้วจากไปพร้อมกับเสียงสครีมของรีดเดอร์ว่าฮยอกน้อยของกรู๊ววววววว์นะ= =)
คนสั่งรวมเล่ม รอรับในสองสามอาทิตย์นี้นะคะ^^
edit @ 26 May 2010 20:11:03 by DEATHBERRY
edit @ 26 May 2010 20:13:17 by DEATHBERRY

